ธันวาคม 2, 2025

ปลายฝน ต้นหนาว ระวังไข้หวัดใหญ่! รู้ทันอาการและวิธีป้องกัน

ปลายฝน ต้นหนาว ! เตรียมรู้ทันไข้หวัดใหญ่และวิธีรับมือที่คุณไม่ควรมองข้าม

ในช่วงที่ผ่านมา อุณหภูมิในหลายพื้นที่ลดต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ในอีกหลายพื้นที่ก็ต้องรับมือกับสภาวะฝนฟ้าคะนองและสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่กลับมาเยือนอีกครั้ง และในปีนี้ ยังพบว่ารายงานจำนวนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงกว่าปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2567) และสูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง วันนี้ เราจึงอยากจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดใหญ่ พร้อมวิธีสังเกตอาการและการดูแลรักษา เพื่อให้คุณสามารถเตรียมตัวป้องกัน และรับมือกับโรคได้อย่างถูกต้อง

เนื้อหาสำคัญ

ทำความรู้จักโรคไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจมีอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต โรคนี้มักจะแพร่ระบาดมากในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-ตุลาคม) และฤดูหนาว (มกราคม-มีนาคม)
ไข้หวัดใหญ่เกิดจากไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) ซึ่งมีทั้งหมด 3 สายพันธุ์ ได้แก่ A, B และ C โดยสายพันธุ์ที่มักระบาดได้ทั่วไปคือสายพันธุ์ A และ B ส่วนชนิด C มักเป็นการติดเชื้อที่แสดงอาการอย่างอ่อนหรือไม่แสดงอาการ และไม่ทำให้เกิดการระบาด และอาการของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B มักจะไม่รุนแรงเท่าสายพันธุ์ A
ด้วยลักษณะเฉพาะของไวรัสที่มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมได้บ่อย เชื้อไวรัสชนิด A จึงถูกแบ่งเป็นชนิดย่อย (subtype) ตามความแตกต่างของโปรตีนของไวรัสที่เรียกว่า hemagglutinin (H) และ neuraminidase (N) และชื่อที่เรามักได้ยินกันในข่าว เช่น ไวรัสสายพันธุ์ H1N1 ก็คือชื่อชนิดย่อยของไวรัส ที่มีโปรตีน H1 และโปรตีน N1 นั่นเอง ซึ่งในแต่ละปีชนิดย่อยของไวรัสที่มีการระบาดก็จะแตกต่างกันออกไป สำหรับปีนี้ ไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่พบการระบาดสูงในประเทศไทยคือ สายพันธุ์เอ H3 รองมาคือสายพันธุ์เอ H1
ไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อได้ทางการหายใจ จากการรับหรือสัมผัสละอองฝอย เช่น น้ำมูก น้ำลาย จากการไอหรือจามของผู้ป่วย โดยจะได้รับเชื้อที่ออกมาปนเปื้อนอยู่ในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูด ทำให้พื้นที่ที่มีคนอยู่รวมกันหนาแน่น เช่น โรงเรียน โรงงาน เกิดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ การแพร่เชื้อยังอาจเกิดได้จากการสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อไวรัส และการใช้มือที่สัมผัสเชื้อมาสัมผัสที่จมูก ปากหรือขยี้ตา โดยอาการของโรคจะเริ่มปรากฏหลังจากรับเชื้อไปแล้วประมาณ 1-4 วัน

อาการของโรคไข้หวัดใหญ่

โดยปกติแล้วอาการไข้หวัดใหญ่จะมีความแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดา เนื่องจากมีอาการที่รุนแรงกว่า และอาจก่อให้เกิดอาการแทรกซ้อนที่รุนแรงมากขึ้นได้

อาการของไข้หวัดใหญ่ที่พบได้บ่อย ได้แก่:
• มีไข้สูงอย่างเฉียบพลัน (38-40 องศาเซลเซียส)
• ปวดศีรษะ
• หนาวสั่น
• อ่อนเพลีย
• ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ข้อ ปวดรอบดวงตา และปวดเมื่อยตามตัว
• เบื่ออาหารและคลื่นไส้
• คัดจมูก เจ็บคอ มีน้ำมูกใสๆ ไหล
• ไอแห้ง ๆ และมีอาการร้อนตามตัวและตาแดง

อาการไข้จะอยู่ประมาณ 2-4 วันแล้วค่อย ๆ ลดลง แต่ยังคงมีอาการคัดจมูกและแสบคอ โดยทั่วไปจะหายภายใน 1 สัปดาห์ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 90 มักมีอาการไม่รุนแรง

อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจพบอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น อาการปอดบวม สมองอักเสบ หรือทำให้โรคเรื้อรังอื่นๆ มีอาการแย่ลง โดยกลุ่มเสี่ยงที่จะมีอาการแทรงซ้อนรุนแรงได้แก่
• ผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป
• เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี
• หญิงตั้งครรภ์
• ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
• เด็กที่ได้รับการรักษาด้วยยาแอสไพรินเป็นเวลานาน
• ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไป (มากกว่า 100 กิโลกรัม) หรือดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

การรักษาโรคไข้หวัดใหญ่

สำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่ หากอาการไข้หวัดใหญ่ไม่รุนแรง สามารถดูแลรักษาตามอาการที่บ้านดังนี้:
1. เมื่อมีไข้สูง ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัว เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายเป็นระยะ ๆ
2. ทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล หรือยาฟ้าทะลายโจรในรูปแบบแคปซูลควบคู่ไปด้วย
3. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ การพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูร่างกาย
4. ทานอาหารอ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
5. หากมีน้ำมูก ให้ใช้ยาลดน้ำมูกและยาละลายเสมหะควบคู่ไปด้วยได้

หากมีไข้สูงเกิน 24 ชั่วโมงและทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรืออาการไม่ดีขึ้นหลังจาก 7 วัน หรือมีอาการที่รุนแรงขึ้น เช่น มีไข้สูงติดต่อกันเกิน 24-48 ชั่วโมง, แน่นหน้าอก, หายใจลำบาก, อาเจียน ควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที
สำหรับการใช้ยาฟ้าทะลายโจรในไข้หวัดใหญ่ กระทรวงสาธารณสุขแนะนำว่า เมื่อมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ สามารถทานยาฟ้าทะลายโจรได้ทันที แต่ห้ามทานดัก หรือทานก่อนที่อาการจะเริ่มปรากฏ และไม่ควรทานต่อเนื่องเกิน 7 วัน โดยหากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 วัน ควรไปพบแพทย์
ทั้งนี้ ผู้ที่มีอาการแพ้ฟ้าทะลายโจร, หญิงตั้งครรภ์, และหญิงให้นมบุตร ไม่ควรทานยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร รวมถึงไม่ควรใช้ร่วมกับยาวาร์ฟาริน, แอสไพริน, โคลพิโดเกรล หรือยาลดความดันโลหิต

การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

การป้องกันไข้หวัดใหญ่สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัด หรือต้องอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วย และหมั่นล้างมือบ่อย ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ นอกจากนี้ผู้ป่วยควรใส่หน้ากากอนามัยเมื่อมีอาการไอ หรือจามเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่คือการ ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสามารถรับบริการได้ที่สถานพยาบาลหรือโรงพยาบาลใกล้บ้านคุณ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก, ผู้สูงอายุ, หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนทุกปีเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันอาการรุนแรงจากการติดเชื้อ โดยหลายสถานพยาบาล มีบริการฉีดวัคซีนให้แก่คนไทยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ ควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเองในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนอยู่เสมอ หากพบอาการที่คล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้หวัดใหญ่ และมีอาการที่รุนแรงขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อีกทั้งควรเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ทุกปี พร้อมทั้งดูแลรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก :

ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิต หรือบริการในด้านอื่น ติดต่อ สอบถาม ฟรี!

บริษัท ดีท็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด รับผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร, ผลิตภัณฑ์สมุนไพรและสารสกัดธรรมชาติ ครบวงจร ควบคุมคุณภาพการบริหารงานและการผลิตด้วยมาตรฐาน ISO9001:2015, GHPs และ HACCP

สาระน่ารู้แนะนำ

เคล็ดลับ เสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงพร้อมรับปีใหม่
รับมือกับ อาการหวัดและภูมิแพ้ ช่วงฤดูหนาวด้วยสมุนไพร